หุ้นไทย (19 พ.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,562.24 จุด ลดลง -4.56 จุด
หุ้นไทย (19 พ.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,562.24 จุด -4.56 จุด (-0.29%) มูลค่าการซื้อขายราว 83,533.62 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ทิศทางตลาดยังไม่ไปไหนไกล โดยแกว่งตัวในกรอบแคบ ประเด็นหลักรอรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) รอบที่ผ่านมา (27-28 เม.ย.) จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาณอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันตลาดระยะสั้น รวมถึงประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซ็นหลุยส์ที่จะให้มุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐ รวมไปถึงเงินเฟ้อด้วย
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพิ่มเติมอีก 7 แสนล้านบาท เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาโควิดและกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ทำให้ downside เศรษฐกิจไทยจำกัดลงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับประมาณการ GDP ปีนี้หากมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาข่วย
ดังนั้น จากปัจจัยลบจากต่างประเทศและปัจจัยบวกจากภายในทำให้ดัชนี SET แกว่งตัวในกรอบแคบๆ 1,557-1,570 จุด แนวโน้มทิศทางระยะสั้นคาดว่าตลาดไปได้ไม่ไกล โดยยังจะแกว่งตัว sideway ต่อไป
ส่วนทิศทางวันพรุ่งนี้ให้แนวต้านที่ 1,570 จุด แนวรับ 1,550 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
NSL มูลค่าการซื้อขาย 4,060.53 ล้านบาท ปิดที่ 13.70 บาท เพิ่มขึ้น 1.70 บาท
SIRI มูลค่าการซื้อขาย 2,818.49 ล้านบาท ปิดที่ 1.28 บาท ลดลง 0.08 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,110.25 ล้านบาท ปิดที่ 39.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 1,983.51 ล้านบาท ปิดที่ 62.75 บาท ลดลง 0.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,839.61 ล้านบาท ปิดที่ 122.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
ปิดครึ่งเช้า ลดลง 3.60 จุด (-0.23%) ที่ระดับ 1,563.20 จุด มูลค่าการซื้อขายราว 46,861 ล้านบาท
ก่อนเกิดการซื้อขายครึ่งบ่าย น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนในกรอบ โดยยังคงไร้ปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามาหนุนดัชนีทั้งในด้านลบ และด้านบวก ขณะที่ Sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคยังคงไม่ดีนัก ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนอยู่ระหว่างรอตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปและอังกฤษที่จะออกมาในช่วงเย็นวันนี้ รวมไปถึงรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ด้วย
ด่วน! มี "เราชนะ" รอบเก็บตก ประกาศผลทบทวนสิทธิ 2 กลุ่ม ศุกร์นี้ เงิน 8,000 เข้า 22 พ.ค.64
ครม.อนุมัติงบฯ 387 ล้าน ให้ "กองทัพ" รับมือโควิด ทบ.เฉียด 300 ล้าน เปรียบเทียบ สาธารณสุข -ตำรวจ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบ โดยมองว่าจะไปไหนได้ไม่ไกล หลังจากวานนี้ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแรง ให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,555-1,575 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
NSL มูลค่าการซื้อขาย 3,354.78 ล้านบาท ปิดที่ 14.40 บาท เพิ่มขึ้น 2.40 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 1,534.83 ล้านบาท ปิดที่ 63.25 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,285.63 ล้านบาท ปิดที่ 39.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
BCH มูลค่าการซื้อขาย 1,171.63 ล้านบาท ปิดที่ 19.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท
SIRI มูลค่าการซื้อขาย 1,044.49 ล้านบาท ปิดที่ 1.34 บาท ลดลง 0.02 บาท
เปิดการซื้อขายเช้า
หุ้นไทย (19 พ.ค.64) เปิดซื้อขายครึ่งชั่วโมง เพิ่มขึ้น +0.42 จุด (+0.03%) ที่ระดับ 1,567.22 จุด มูลค่าการซื้อขายที่ 18,332.88 ล้านบาท
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้เคลื่อนไหวแกว่ง sideway อิงทางลงเล็กน้อย จากตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้ปรับฐาน บ้านเราก็คาดรับผลกระทบในเชิงลบ หลังตลาดหุ้นทั่วโลกยังกังวลอัตราเงินเฟ้อและตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
ราคาทองวันนี้ – 19 พ.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง ลดลงอีก 50 บาท
พ.ร.ก.กู้เงินฉบับใหม่ผ่าน ครม. กู้เพิ่มช่วยโควิดอีก 7 แสนล้านบาท
รวมถึงแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.ขายออกไปแล้ว 21,300 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นปี 64 หรือ 5 เดือน (YTD) ขายออกแล้ว 54,000 ล้านบาท
เป็นผลจาก MSCI ปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยที่จะมีผลวันที่ 27 พ.ค.64 เป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย และหุ้นขนาดใหญ่ โดยรอบนี้ปรับลดน้ำหนัก 35 ตัว เพิ่มน้ำหนัก 5 ตัว และ FTSE จะประกาศน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยในวันที่ 21 พ.ค.นี้ คาดว่าน่าจะปรับลดในทิศทางเดียวกับ MSCI ที่ปรับลดน้ำหนักลงมาก 5 อันดับแรก คือ PTT, KBANK, INTUCH, CPN ,SCC
โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา MSCI และ FTSE ปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยต่อเนื่อง ปีละ 2 รอบ ในเดือน พ.ค.และ พ.ย. โดยMSCI ปรับลดน้ำหนักจาก 7-8% จนเหลือประมาณ 1.5% ทำให้มีแรงขายในเดือน พ.ค.และเดือน พ.ย.ออกมามาก
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังจากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านคืบหน้า ก็อาจจะกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน อาจมีแรงขายออกมา
ขณะที่นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนรวมไม่ได้ขายต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี 64 ขายออก 46,000 ล้านบาท และเริ่มเห็นทยอยเข้าซื้อ เพราะกองทุนรวมจะมีเม็ดเงินใหม่เข้ามา โดยเฉพาะกองทุนที่หักลดหย่อนภาษี ซึ่งทำให้ถือเงินสดมากพอสมควร จึงเชื่อว่าจะมีเงินมารองรับการลงทุนในตลาดหุ้นส่วนหนึ่ง โดยในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาตลาดแกว่งในกรอบ 1,550- 1,600 จุด ซึ่งกองทุนมีแรงรับบริเวณ 1,550 จุด
นอกจากนี้ให้จับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีความเห็นต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อ และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจ ส่วนจำนวนผู้ตืดเชื้อโควิด-19 ลดลงเรื่อยๆ หากต่ำกว่า 1,000 คน/วัน ก็จะทำให้นักลงทุนหันกลับมาเล่นหุ้น Domestic
พร้อมให้แนวรับที่ 1,560 จุด รับถัดไป 1,554 จุด แนวต้านให้ไว้ที่ 1,570 จุด ต้านถัดไป 1,578 จุด
สถานการณ์ต่างประเทศ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,060.66 จุด ลดลง 267.13 จุด หรือ -0.78% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,127.83 จุด ลดลง 35.46 จุด หรือ -0.85% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,303.64 จุด ลดลง 75.41 จุด หรือ -0.56%
ตลาดหุ้นเอเชีย
ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,521.11 จุด ลดลง 7.90 จุด หรือ -0.22% และดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,031.22 จุด ลดลง 375.62 จุด หรือ -1.32%
ราคาน้ำมันดิบ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) หลังมีรายงานว่า อิหร่านอาจกลับมาส่งออกน้ำมันอีกครั้ง เนื่องจากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐที่มีความคืบหน้าและอาจทำให้สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 78 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 65.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 75 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 68.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB